วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปริศนาพุทธทำนาย

ปริศนาพุทธทำนาย

ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล และคำทำนายของพระพุทธเจ้าทั้ง 16 ประการ ประกอบด้วย


1.
ทรงฝันว่า มีโคตัวผู้สีเหมือนดอกอัญชัญ 4 ตัว ต่างคิดจะชนกัน ก็พากันวิ่งมาสู่ท้องพระลานหลวงจาก 4 ทิศ ฝูงชนต่างรอดู โคทั้งสี่ก็ส่งเสียงคำรามลั่น แต่แล้วต่างก็ถอยออกไป ไม่ชนกัน -

พระพุทธเจ้าได้ทรงทำนายว่า ในอนาคตในชั่วศาสนาของพระองค์ เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดที่เสื่อมลง มนุษย์ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ฝนฟ้าจักแล้ง ทุพภิกขภัยจักเกิดขึ้น คล้ายเมฆตั้งเค้าจะมีฝน มีเสียงคำรามกระหึ่ม แต่แล้วก็ไม่ตก กลับเลยหายไป เหมือนโคตั้งท่าจะชนกัน แต่ไม่ชนกันฉะนั้น


2.
ทรงฝันว่า ต้นไม้เล็กๆ และกอไผ่ที่โตเพียงคืบบ้าง ศอกบ้าง ก็ออกดอกออกผลแล้ว -

พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ต่อไปเมื่อโลกเสื่อม มนุษย์แม้จะมีอายุเยาว์ มีวัยยังไม่สมบูรณ์ก็จะมีราคะกล้า และสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย และจะมีลูกแต่เด็กๆ เหมือนต้นไม้เล็กๆ แต่ก็มีผลแล้ว


3.
ทรงฝันว่า ทรงเห็นแม่โคใหญ่ๆ พากันดื่มนมของฝูงลูกโคที่เพิ่งเกิด -

ทรงทำนายว่า ต่อไปในอนาคตการเคารพนบนอบผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์จะเสื่อมถอย คนเฒ่าคนแก่พ่อแม่เมื่อหมดที่พึ่ง หาเลี้ยงตนไม่ได้ ก็ต้องง้อ ต้องประจบเด็กๆ ดังที่แม่โคที่ต้องกินนมลูกโคฉะนั้น


4.
ทรงฝันว่าผู้คนไม่ใช้วัวตัวใหญ่ ที่สมบูรณ์แข็งแรงเทียมแอกลากเกวียน กลับไปใช้โครุ่นๆ ที่ยังปราศจากกำลังมาลาก เมื่อมันลากเกวียนให้แล่นไม่ได้ มันก็สลัดแอกนั้นเสีย -

ทรงทำนายว่า ในภายหน้าเมื่อผู้มีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม แทนที่จะยกย่องและมอบหมายหน้าที่ ให้กับผู้มีสติปัญญา ความรู้ กลับไปมอบยศศักดิ์ให้กับคนหนุ่มที่อ่อนหัด ด้อยประสบการณ์ ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดี กิจการต่างๆ ก็ไม่สำเร็จ ก็เหมือนใช้โครุ่นมาเทียมแอก เกวียนก็แล่นไม่ได้ฉันใด ก็ฉันนั้น


5.
ทรงฝันว่าเห็นม้าตัวหนึ่ง มีปากสองข้าง ฝูงชนก็เอาหญ้าไปป้อนที่ปากทั้งสองข้าง มันก็กินทั้งสองข้าง -

ทรงทำนายว่า ในอนาคตเมื่อผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจไม่ดำรงอยู่ในธรรม ตั้งคนพาล หรือคนไม่มีศีลธรรมไว้ในตำแหน่งอันมีผลต่อผู้อื่น คนเหล่านั้นก็จะไม่นึกถึงบาปบุญ คุณโทษ แต่จะตัดสินคดีต่างๆ ตามแต่ใจชอบ โดยเอาสินบนจากทั้งสองฝ่ายเป็นประมาณ ดังม้าที่กินหญ้าทั้งสองปาก


6.
ทรงฝันว่าฝูงชนเอาถาดทองราคาแพง ไปให้หมาจิ้งจอกแก่ตัวหนึ่ง พร้อมเชื้อเชิญให้หมาจิ้งจอกตัวนั้น ถ่ายปัสสาวะใส่ถาดทองนั้น -

ทรงทำนายว่า ต่อไปคนดีมีสกุลทั้งหลายจะสิ้นอำนาจวาสนา คนตระกูลต่ำ หรือคนพาลจะได้เป็นใหญ่เป็นโต และคนมีตระกูล ก็จะต้องยกลูกสาว ให้แก่ผู้ไร้ตระกูลเหล่านั้น เหมือนเอาถาดทองไปให้หมาปัสสาวะรด


7.
ทรงฝันว่า มีชายคนหนึ่งนั่งฟั่นเชือก แล้วหย่อนไปในที่ใกล้เท้า แม่หมาจิ้งจอกโซตัวหนึ่ง นอนอยู่ใต้ตั่งที่บุรุษนั้นนั่งอยู่ แล้วก็กัดกินเชือกนั้น โดยที่เขาไม่รู้ตัว -

ทรงทำนายว่า ในกาลข้างหน้า ผู้หญิงจะเหลาะแหละ โลเล ลุ่มหลงในสุรา เอาแต่แต่งตัว เที่ยวเตร่ ประพฤติทุศีล แล้วก็จะเอาทรัพย์ที่สามีหาได้ด้วยความลำบากไปใช้ หรือให้ชายชู้ เหมือนนางหมาโซที่นอนใต้ตั่ง คอยกัดกินเชือกที่เขาฟั่น และหย่อนลงไว้ใกล้เท้า


8.
ทรงฝันว่ามีตุ่มน้ำเต็มเปี่ยมตุ่มหนึ่งวางอยู่ตรงประตูวัง แวดล้อมด้วยตุ่มว่างๆ เป็นอันมาก แต่คนก็ยังไปตักน้ำใส่ตุ่มที่เต็มอยู่ จนล้นแล้วล้นอีก โดยไม่เหลียวแลจะตักใส่ตุ่มที่ว่างๆ นั้นเลย -

ทรงทำนายว่า ในอนาคต เมื่อศาสนาเสื่อม คนเป็นใหญ่หรือมีอำนาจ จะเบียดเบียนหรือเอาเปรียบผู้ด้อยกว่า คนที่รวยอยู่แล้ว ก็จะมีคนจนหารายได้ ไปส่งเสริมให้รวยยิ่งขึ้น ดังฝูงชนที่ต้องตักน้ำใส่ตุ่มใหญ่ที่เต็มอยู่แล้วจนล้น ส่วนตุ่มที่ว่างอยู่กลับไม่ไปใส่น้ำ


9.
ทรงฝันเห็นสระแห่งหนึ่ง มีบัวนานาชนิดขึ้นอยู่เต็ม และมีท่าขึ้นลงโดยรอบ สัตว์ต่างๆ ก็พากันดื่มน้ำในสระ แต่แทนที่น้ำบริเวณที่สัตว์เหยียบย่ำจะขุ่น กลับใสสะอาด ส่วนน้ำที่อยู่ลึกกลางสระที่สัตว์ไม่ไปดื่มหรือ เหยียบย่ำแทนที่จะใส กลับขุ่นข้น -

ทรงทำนายว่า ต่อไป เมื่อคนมีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม ขาดเมตตา คอยใช้อำนาจ รีดนาทาเร้นหรือกินสินบน ชาวบ้านชาวเมือง ก็จะหนีไปอยู่ตามชายแดนหรือที่อื่นๆ ทำให้ที่นั้นๆ ที่คนพากันไปอยู่มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น เหมือนน้ำรอบๆ สระที่ใส ส่วนเมืองหลวงกลับว่างเปล่า เหมือนกลางสระที่ขุ่น


10.
ทรงฝันว่า เห็นข้าวที่คนหุงในหม้อใบเดียวกัน สุกไม่เท่ากัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ข้าวแฉะ ข้าวดิบ และข้าวสุกดี -

ทรงทำนายว่า ในอนาคต เมื่อคนทั้งหลายไม่อยู่ในศีลในธรรมกันมากขึ้น ก็จะทำให้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือตกไม่ทั่วถึง ทำให้การเพาะปลูกบางแห่งได้ผล บางแห่งก็ไม่ได้ผล เช่นเดียวกับข้าวที่มีสุกบ้าง ดิบบ้าง และแฉะบ้าง


11.
ทรงฝันว่าคนนำแก่นจันทน์ที่มีราคาแพง ไปแลกกับเปรียงเน่า (อ่านว่า เปฺรียง มี 3 ความหมาย คือ 1. นมส้มผสมน้ำแล้วเจียวให้แตกมัน 2.น้ำมันจากไขข้อวัว และ 3.เถาวัลย์เปรียง แต่ในที่นี้น่าจะหมายถึงเถาวัลย์เปรียง เทียบกับแก่นจันทน์ที่เป็นไม้เหมือนกันมากกว่า 2 ความหมายแรก) -

ทรงทำนายว่า กาลภายหน้า พระภิกษุอลัชชีเห็นแก่ได้ทั้งหลาย แทนที่จะนำธรรมะ ที่พระพุทธองค์สอน ไปสอนสั่งให้คนหลุดพ้นจากความทุกข์ และละความโลภ กลับใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหากิน หาปัจจัยบริจาคเข้าตัวเอง เหมือนเอาแก่นจันทน์ (ธรรมะคำสอนที่ดี) ไปแลกเอาเถาวัลย์เน่า (ลาภอามิสที่ได้รับมา ซึ่งไม่จีรังและไม่ช่วยให้พ้นทุกข์จริงๆ ได้)


12.
ทรงฝันเห็นกระโหลกน้ำเต้าจมน้ำได้ -

ทรงทำนายว่า ต่อไปคำพูดของคน ที่ไม่ควรจะได้รับความเชื่อถือ กลับจะได้รับความเชื่อถือ โดยเปรียบถ้อยคำของคนที่ไม่น่าเชื่อว่ามีน้ำหนักเบาเหมือนกับผลน้ำเต้า ซึ่งปกติจะลอยน้ำ แต่เมื่อคนเชื่อว่าคำพูดเหล่านั้นมีน้ำหนัก หรือหนักแน่น จึงเปรียบคำพูดนั้นว่ามีน้ำหนัก ราวกับน้ำเต้าที่จมน้ำได้


13.
ทรงฝันว่าศิลาแท่งทึบขนาดเรือน ลอยน้ำได้เหมือนเรือ -

ทรงทำนายว่า ถ้อยคำของคนที่ควรได้รับการเชื่อถือ ซึ่งหนักแน่น มีน้ำหนักเปรียบประดุจแท่งศิลา กลับไม่ได้รับความเชื่อถือ หรือกลายเป็นถ้อยคำที่ไม่มีน้ำหนักเหมือน เรือที่ลอยได้ ข้อนี้ตรงกันข้ามกับข้อที่แล้ว คือ คนหันไปเชื่อคำพูดคนที่ไม่ควรเชื่อ เหมือนสิ่งที่ควรลอยกลับจม สิ่งที่ควรจมกลับลอย


14.
ทรงฝันว่า ทรงเห็นฝูงเขียดตัวเล็กๆ วิ่งไล่กวดงูเห่าตัวใหญ่ และกัดเนื้องูเห่าขาดเหมือนกัดก้านบัว แล้วกลืนกินเข้าไป -

ทรงทำนายว่า เมื่อมนุษย์ปล่อยตัวปล่อยใจตามกิเลส ราคะ สามีจะตกอยู่ในอำนาจของเมียเด็ก และจะถูกดุด่าว่ากล่าวเช่นเดียวกับคนรับใช้ เหมือนเขียดตัวเล็กๆ แต่กลับกินงูได้


15.
ทรงฝันว่า ฝูงพญาหงส์ทอง ที่มีขนเป็นทอง ถูกแวดล้อมด้วยกา -

ทรงทำนายว่า ในอนาคตผู้มีตระกูลต้องไปเที่ยวประจบ และสวามิภักดิ์ต่อผู้ไม่มีตระกูล เหมือนหงส์ทองแวดล้อมด้วยกา


16.
ทรงฝันว่า ฝูงแกะพากันไล่กวดฝูงเสือเหลือง และกัดกิน ทำให้เสืออื่นๆ สะดุ้งกลัว จนต้องหนีไปแอบซ่อนตัวจากฝูงแกะ -

ทรงทำนายว่าต่อไปภายหน้า คนชั่ว หรือคนที่ไม่ดีจะเรืองอำนาจ และใช้อำนาจเป็นธรรม ทำให้คนดีถูกทำร้าย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องหลบหนี ซ่อนตัวจากภัยร้ายเหล่านี้ เหมือนเสือซ่อนตัวจากแกะ


เมื่อพิจารณาความฝัน จะเห็นว่าหลายข้อในความฝัน เป็นสิ่งที่ผิดไปจากธรรมชาติ เช่น แม่โคกินนมลูกโค ม้าสองปาก เขียดกินงู และแกะกินเสือ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนมีนัยอันไปสู่พุทธทำนายทั้งสิ้น หลายคนอาจจะสงสัยว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ในสมัยพุทธกาล ทำไมฝันได้ไกลไปถึงอนาคต อันไม่เกี่ยวข้องกับพระองค์ได้ถึงเพียงนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าคงเป็นเพราะเทวดาดลใจ ให้พระองค์ฝันแปลกประหลาด เพื่อพระบรมศาสดาจะได้ฝาก “พุทธทำนาย” เป็นคำพยากรณ์อันอมตะไว้ เป็นเครื่องเตือนสติ ให้มนุษย์โลกได้ตระหนัก และระมัดระวังภัยพิบัตินานัปการ ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า หลังจากที่พระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว เพราะคงเล็งเห็นด้วยญาณวิเศษแล้วว่า นับวันคนเราก็จะห่างไกลจากหลักธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ จนเป็นเหตุให้มนุษย์มุ่งทำลาย เอารัดเอาเปรียบทั้งเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อกอบโกยไปบำรุงบำเรอกิเลสแห่งตน โดยขาดความรัก ความเมตตาต่อกัน จึงทำให้คนเห็นแก่ตัว และมีผลให้สภาพแวดล้อม ธรรมชาติแปรปรวนไปหมด


ในปัจจุบัน เหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง อันทำให้เพาะปลูกได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ปัญหาเรื่องศีลธรรมและจริยธรรม เช่น เด็กและเยาวชนแก่แดดขึ้น มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยเพิ่มขึ้น ลูกขาดความกตัญญู และความเคารพยำเกรงต่อพ่อแม่ อลัชชีหรือพระทุศีลมีมากขึ้น ชายแก่ตกอยู่ในอำนาจเมียเด็ก หรือปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม เช่น คนขาดความรู้ประสบการณ์ ได้รับแต่งตั้งให้ปกครองบ้านเมืองเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้มีอำนาจรับสินบน ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป คนรวยยิ่งรวยเพราะมีช่องทาง และโอกาสเอาเปรียบคนจน เหมือนตุ่มใหญ่ที่คนตักน้ำไปใส่จนเต็มแล้วเต็มอีก แล้วปล่อยตุ่มเล็กให้ว่างเปล่า ตัวอย่างเหล่านี้ ล้วนไม่พ้นคำพยากรณ์ที่ทรงทำนาย บอกแก่พระเจ้าปเสนทิโกศลว่า จะเกิดขึ้นในอนาคตของสมัยโน้น ก็คือ สมัยนี้หรือปัจจุบันนั่นเอง


อย่างไรก็ดี ก็ยังมีพุทธทำนาย เพิ่มเติมที่มีผู้ถอดความจากศิลาจารึก เชตมหาวิหาร สวนมฤคทายวัน ประเทศอินเดีย ความว่า พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า “....เมื่อศาสนาตถาคตล่วงเลยไปถึงกึ่งพุทธกาล สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดในยุคนั้น จะพบกับความลำบากทุกชาติทุกศาสนา ตามธรรมชาติอันหมุนเวียนของโลก ที่หมุนเวียนไปใกล้ความแตกทำลาย แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทั่วทิศ คนในสมัยนั้น(ปัจจุบัน) จะมีวิสัยโหดดุจกำเนิดจากสัตว์ป่าอำมหิต จะรบราฆ่าฟันกันถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ ส่วนเวไนยสัตว์ผู้ขวนขวายในกุศลตามวัจนะของตถาคต ก็จะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยำเกรงในพระรัตนตรัย และคุณบิดามารดา เหตุร้ายภัยพิบัติจักเบาบาง แต่ก็จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น...ในระยะนั้นศาสนาของตถาคตเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัทไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม เชื่อคำของคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพหลักธรรมนิยม คนประจบสอพลอได้รับการเชื่อถือในสังคม ผู้มีศีลธรรมประพฤติชอบ กลับไม่มีคนเคารพยำเกรง พระธรรมจะเริ่มเปล่งแสงรัศ มีฉายส่องโลกอีกวาระหนึ่ง


เมื่อมีธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ (น่าจะหมายถึงพระศรีอาริยเมตตไตรย์)....จะเสด็จมาเสริมสร้างพระศาสนา ของตถาคตให้รุ่งเรืองสืบไปอีก 5,000 พระวรรษา…คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับเป็นกรรมของสัตว์โลกที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศีลห้าประการ เจริญเมตตากรุณา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดษ รู้จักพอ ไม่หลงมัวเมาในอำนาจและลาภยศ ตั้งใจประพฤติตนตามคำสอนของตถาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในยุคกึ่งพุทธกาล” นี่คือพุทธทำนายที่ทรงตรัสไว้ กว่า 2500 ปีล่วงมาแล้ว ส่วนใครจะเชื่อ จะปฏิบัติหรือไม่อย่างไร ก็คงเป็นไปตามกรรม ของแต่ละคนดังพระพุทธองค์ว่าไว้


ขอขอบคุณข้อมูลข่าว : อมรรัตน์ เทพกำปนาท สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม




-------------------------------------------------

ปริศนาพุทธทำนาย (ของแม่ชีทศพร)
บรรยายธรรม โดยแม่ชีทศพร

ฝากไฟล์ V028.WAV_000002034.mp3




วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฟังสนุก

วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของสัปดาห์
รู้สึกเบื่อ ๆ เหมือนกัน
แต่พอเจอผู้ร่วมงานเป็นกันเอง
ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอ หรือร่วมงานกันมาก่อน
กลับพูดคุยสนุกสนาน เป็นกันเอง

ข้าพเจ้าก็แปลกประหลาดใจตนเองเหมือนกัน
เจอหน้าเขา ข้าพเจ้ายกมือสวัสดีเขาได้
โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ (แปลกใจตัวเอง)
คุยไปคุยมา ถึงรู้ว่าเขาก็มีธรรมะอยู่ในใจเหมือนกัน

คนร่วมงาน ถ้าให้ความร่วมมือในการทำงาน
ทำให้งานที่น่าเบื่อ กลายเป็นงานที่น่าทำได้

และช่างบังเอิญเสียจริง ที่เขาคุยกับเพื่อนเขา
เรื่องไปเที่ยวปักกิ่ง ช่วงตุลาคมนี้เอง
เราเลยได้ฟัง และผสมกับความอยากรู้อยากเห็น
ก็ถามเขา คุยกันสนุกสนาน

เขาเล่าว่าตอนที่ไปปักกิ่งที่ผ่านมา
อากาศหนาวมาก ติดลบ 8 องศาC หิมะตกด้วยแน่ะ
เขาก็เล่าประสบการณ์ในการเที่ยวให้ข้าพเจ้าฟัง
ทั้งกำแพงเมืองจีน พระราชวังของจีน สุสานจีน ฯลฯ
ประสบการณ์ในการซื้อ และต่อรองสินค้า ฯลฯ
เขาแนะนำข้าพเจ้าหลายอย่าง

พอดีช่วงนี้อยากฟังเรื่องคนไปเที่ยวจีนมาอยู่ด้วย
เลยคุยถูกคอ ฟังสนุก เขาก็โม้ให้เราฟังว่าเป็นอย่างไร
แล้วที่เราจะเดินทางไปคุนหมิง จะเจออะไรบ้าง
ก็คงไม่ต่างกันเท่าไร เขาบอกว่าคุนหมิง
เป็นเมืองเก่า ธรรมชาติ แต่ที่ปักกิ่ง
จะเป็นวัฒนธรรมเก่าและใหม่ผสมกัน

เวลาเดินทางจีนห้ามนำครีมชนิดต่าง ๆ
ทาหน้า
ทาผิว น้ำหอม หรือยาสีฟันขึ้นเครื่อง
เขากลัวว่าจะไปเป็นชนวนระเบิดได้
ให้นำของเหล่านี้ใส่กระเป๋าใบใหญ่
(ไว้ใต้เครื่องบินให้หมด)
หรือตอนเดินทางกลับด้วย
ของฝากให้ pack ของลงกระเป๋าใบใหญ่ด้วย
มีบางคนซื้อครีมบัวหิมะ ด่านตรวจคนเจอปุ๊บ
โยนทิ้งเลยมันไม่สนใจ

มีแต่เสื้อหนาว และของมีค่าติดตัวอย่างเดียวก็พอแล้ว ...
เขาโม้ถึงเรื่องไปลุยหิมะ ไต่บันไดกำแพงเมืองจีน ...
เขาบอกว่า คราวหน้าให้ข้าพเจ้าไปเที่ยวปักกิ่งเลย

ข้าพเจ้าคิดว่า เขาอาจจะเพิ่งเคยไปเมืองจีนด้วย
เลยอาจตื่นเต้นกว่าปกติ
ก็คงเหมือนข้าพเจ้านั่นแหล่ะ อิอิ ^__^
ถ้าได้ไปหลาย ๆ ครั้งคงจะชิน ...ไม่มีเรื่องโม้มากนัก

ครั้งแรก ๆ ของการเดินทาง หรืออะไรก็แล้วแต่
มักจะเห่อสุดขั้ว แต่พอผ่านไปสักระยะ ก็งั้น ๆ แหล่ะ
ก็ยังเป็นมนุษย์อยู่นี่เน๊าะ อะไรที่ไม่ซ้ำซากจำเจ ก็มักจะตื่นเต้น
เป็นธรรมดา เอาเป็นว่าวันนี้ข้าพเจ้าฟังเขาคุยสนุกรู้เรื่อง
การเดินทางไปจีนมาบ้างอีกเล็กน้อย :))

คิดแล้วเขียน :)V

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

net เพี้ยน

วันนี้ช่วงบ่าย เข้า net เจออาการแปลก ๆ อีกแล้ว
เข้า internet แล้วขึ้นหน้า

http://portal.totisp.net/tsg/invalid.docode=01

HTTP Status 404 - /tsg/invalid.docode=01


type Status report

message /tsg/invalid.docode=01

description The requested resource (/tsg/invalid.docode=01) is not available.


Apache Tomcat/5.5.20

....
เมื่อวานโทร.ไปบอกสำนักงานที่ขึ้นทะเบียน internet ไว้
เขาก็บอกว่า check แล้วไม่มีปัญหานี่นา หรือเป็น sever
ให้ลองเข้าดู ตอนเย็นเมื่อวานก็เข้าได้

วันนี้เป็นอีก เริ่มเพี้ยน ๆ นี่แหล่ะน้า
บริการ ToT ชาวบ้านถึงด่าว่า ห่วยแตก!
แล้ว 3G มันจะรอดหรอกหรือ???

ถ้าคนเขามีธุรกิจ ที่จำเป็นต้องติดต่อไปยังต่างประเทศ
แล้วเข้า net นะเวลานั้นไม่ได้ ...ทำไงล่ะพี่น้องเอ๋ย...
หรือว่า ใกล้ถึงเวลาล่มสลายเต็มทีแล้วกระมัง!!

อดทนใช้ เพราะเห็นว่าเป็นสมบัติของเรา
ช่วย ๆ ใช้ ถ้าคนในบ้านยังไม่ใช้ของของตัวเอง
แล้วจะให้ชาวบ้านเขามาใช้ และนั่งเชื่อถือได้อย่างไร?
ใครถามอะไร ก็ตอบเขาไม่ได้ แล้วพนักงานกี่คนในบริษัทฯ
ที่ไม่ใช่พวกวิศวะ รู้ไหมว่า 3G คืออะไร
ทำไมต้อง 3G....

ก็เหมือนคนในครอบครัว คนในบ้านทะเลาะกัน
แต่ดันเอาเรื่องในบ้านไปบอกคนอื่น บอกคนข้างบ้าน
ให้คนข้างบ้านมาช่วยตี คนในบ้าน
แล้วแบบนี้ ครอบครัวจะเป็นครอบครัวได้อย่างไร

ก็เหมือนกับการเมืองในขณะนี้
หรือจะให้ดี ก็เหมือนกับผัวเมียทะเลาะกัน
ให้เพื่อนมาช่วยเคลียร์ เพื่อนจะช่วยเคลียร์ได้อย่างไร
มีแต่ยุยงส่งเสริมให้ตีกันเสียมากกว่า ...ประมาณนี้

ข้าพเจ้าคนนึงล่ะ ...เห็นใครมาด่าพี่น้องตนเอง
เป็นทนไม่ได้เหมือนกัน ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพี่น้อง เป็นญาติ
ขี้มันดีกว่าไส้ แต่ถ้าสาวไส้ให้กากิน
คนแบบนี้ ก็คบไม่ได้เช่นกัน! ....

คนในบ้าน ยังไม่รัก ไม่สามัคคีกันเลย
แล้วจะให้คนอื่นมารักได้อย่างไร ....
ว่าจะไม่พูดการเมืองแล้วหนา!!!

เห้อ! เบื่อ! เซ็ง!

คิดแล้วเขียน :(


วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เทวา กับ ซาตาน

วันนี้ข้าพเจ้าเข้า อินเทอร์เน็ตที่บ้านไม่ได้
หน้าจอขึ้นหน้าของ True internet ตลอดเวลา
บอกว่ายังไม่ได้ลงทะเบียนกับ true
ทั้ง ๆ ที่บ้านข้าพเจ้าใช้ของ TOT
ไม่รู้ว่า คลื่นมันพ่วงถึงกันหรืออย่างไร
วันก่อนก็เป็น แต่เล่นเกมส์สักพัก เข้าได้
วันนี้เป็นอีก นานเลย ...เลยเปิดหนังดูประชดแม่งเลย!
ปรากฎว่าหนังเล่นเกือบจะจบ ถึงเข้าได้
ไม่รู้ใครตั้งโปรแกรมอะไรไว้ ...
มันขึ้นบอกว่า ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับ True chat บ้าอะไรก็ไม่รู้

http://services.trueinternet.co.th/webportal/LoginIncorrectPage.htm

มันขึ้นหน้านี้ตลอด
บ้านตรูใช้ TOT นี่หว่า งง! ...

เอ้! หรือว่า เราไปใช้ของชาวบ้าน!!!
ใช้มาตั้งนานแล้วนะ เวลา online
รหัสของตนเองก็ขึ้นเป็นของ TOT
ใครมาพ่วงใช้กับเราล่ะเนี่ยะ!
เริ่มมั่วไปหมด ...แต่จ่ายตังค์ให้ ทีโอที ทุกเดือนนะ
เออ! เอากะมันดิ! ...
เราถือว่าเราไม่มีเจตนาขโมยพ่วงสายของใคร
เข้าไม่ได้ เลยเปิดหนังให้โจรดูซะเลย
ดูหนังเรื่อง เทวา กับซาตาน ก็ได้ข้อคิดดี
นักบุญในคราบซาตาน ....

ตอนแรกเราคิดว่า พระเด็กหนุ่มจะเป็นคนดี
เพราะดูท่าทางเป็นนักบุญผู้มีจิตใจเมตตาต่อผู้อื่น
แต่ที่ไหนได้ เรื่องราวกลับพลิกล๊อคในตอนท้าย

ความแตกมารู้ต่อเมื่อมีกล้องวงจรปิดเปิดเผยความลับ
คนที่เราคิดว่า เป็นคนไม่ดี บุ่มบ่าม ทำตัวขัดคอชาวบ้านเขาไปเรื่อย
กลับถูกไส่ไคล้และโดนยิงตาย
เพราะพระเด็กหนุ่มสร้างสถานการณ์ทำร้ายตัวเอง
แล้วใส่ไคล้ว่า องค์รักษ์คนนั้นเป็นปิศาจ เป็นซาตาน

ทั้ง ๆ ที่ตนเองเป็นคนวางแผนก่อเหตุ
จ้างคนมาจับพระคาดินัล
ฆาตกรที่จับพระมา ก็อ้างว่าทำเพื่อพระเจ้า
เพราะพระหนุ่มรูปนั้น เป็นนักบุญ
เหมือนกัน จับพระชรามาทั้งหมด 4 คน
เพื่อบูชายันต์ และประทับตรา ดิน น้ำ ลม ไฟ

สร้างเหตุการณ์ให้คนอื่นเชื่อว่ามีมารที่จะทำลายศาสนา
ซึ่งคนทำก็ หวังว่าตนเองจะได้ความดีความชอบ
อยากเป็น HERO ....ให้คนอื่นยกย่องชื่นชม
ว่าเป็นคนดี อุทิศและเสียสละตนแก่พระเจ้า

ก็เหมือนคนที่มีวิชาความรู้ เก่ง
แต่นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด

คนเราก็เหมือนมีนักบุญ และมีซาตานอยู่ในตัวกันทุกคน
ตัวไหนจะนำโด่งมาก็เท่านั้น
แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อเสมอว่า

สิ่งที่เป็นการกระทำชั่ว
มักส่งผลทำให้หมองเศร้า!
โลภ โกรธ หลง
หรือถ้าเป็นศาสนาพุทธ
ก็ถือว่า กิเลสของคนนั่นแหล่ะ
เป็นมาร

หากคนเรากระทำความดี
จิตใจจะเบิกบาน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
คนอื่นไม่รู้ แต่ใจของตนเองย่อมรู้ดี
ทุกคนย่อมไม่สามารถหลีกหนี
ผลการกระทำของตนเองไปได้หรอก

หลอกคนอื่นน่ะหลอกได้
แต่หลอกตนเองไม่ได้หรอก
ช่างบังเอิญอีกแล้วที่วันนี้
ดันหยิบหนังดีมาดู

พรุ่งนี้เข้า net ไม่ได้
สงสัยต้องส่ง Notebook
ไปให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานว่า
ใครกันแน่ มาลักใช้ของเรา
หรือเราไปลักใช้ของเขา
ให้รู้ดำ รู้แดงกันไปเลย ^__^

คิดแล้วเขียน :)V

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กรรมจากการเลี้ยงดูพ่อแม่

วันนี้ฟังธรรมของแม่ชีทศพร
เรื่องลูกสาวที่เป็นโสด ต้องคอยดูแลพ่อแม่ที่ไม่สบาย
ซึ่งเป็นอัมพาต ทำให้ตนเองมีกรรมที่ต้องรับ
คือ รำคาญพ่อแม่ ที่เป็นภาระให้ตนเองต้องดูแลอยู่คนเดียว
ต้องนั่งเช็ดก้น ป้อนข้าว กลางคืน ก็ไม่ได้หลับได้นอน
เพราะเสียงไอของพ่อที่ป่วย ทำให้ตนเองบันดาลโทสะ
ทุบตีพ่อ ...แล้วตนเอง ณ ตอนนี้ ก็ต้องมาป่วยด้วยโรคที่เป็นเหมือนพ่อ

ส่วนที่เป็นบุญคือ คอยดูแลพ่อแม่ แต่ส่วนที่เป็นกรรม
ก็คือทุบตี และว่าพ่อ ว่าแม่
ข้าพเจ้าฟังแล้ว แม่ชีขออนุญาตนำเรื่องนี้มาเขียนเป็นหนังสือ
เพื่อเป็นธรรมทานแก่ผู้ที่ต้องดูแลพ่อแม่

เรื่องนี้ ตัวอย่างข้าพเจ้าก็เคยประสบมาด้วย
จากคนใกล้ชิดข้าพเจ้าเอง
คือ ยาย ที่เลี้ยงดูข้าพเจ้ามา ซึ่่งก่อนเสียชีวิต
มีน้าคอยดูแลอยู่ ด้วยความที่ยายค่อนข้างดื้อ
และปากเก่ง ก็มักจะเถียงกับน้าที่ดูแลอยู่ประจำ
ทำให้มีกรรมระหว่างกัน และกัน
ตอนหลังน้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คือเบาหวาน
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น

แม่เล่าให้ฟังว่า ตอนน้าอาบน้ำอยู่ ลูกมะพร้าวตกใส่หลังคา
ทำให้น้าตกใจ ช๊อคหมดสติ กว่าคนจะมาพบว่า
นอนอยู่ในห้องน้ำก็หลายชั่วโมงอยู่
พาส่ง รพ. แค่ 3 วันก็เสียชีวิตเลย
ข้าพเจ้าคิดว่า อาจเป็นเหตุนี้ด้วยก็ได้
เพราะยาย แกเป็นคนใจบุญ (แต่ปากร้าย ดื้อ) ^_^
ลูกหลานเลยลำบาก ...ตอนนี้แกก็ไปสบายแล้ว...
คงไม่ไปทะเลาะกับน้าในภพภูมิอื่นหรอกนะ อิอิ :))

ช่วงนี้กำลังอินกับการฟังเรื่องราวของคนอื่น
ว่าทำกรรมอะไรมา ถึงได้เป็นแบบนี้
ข้าพเจ้ายังอยากจะรู้เรื่องของตนเองเหมือนกัน
ว่าทำไมชาตินี้ถึงเกิดมาเป็นผู้หญิง ...
ทั้ง ๆ ที่หมอดูหลายคนมักทักว่า ดวงข้าพเจ้าเป็นดวงผู้ชาย
อีกอย่าง มีอยู่ครั้งนึง ตอนไปทำบุญบ้านของเพื่อนที่ทำงาน
คนนึง เขาเชิญหลวงพ่ออุตตามะ (ตอนนั้นยังไม่มรณภาพ)
ท่านยังโยนลูกประคำใส่มือข้าพเจ้า เป็นแบบที่ท่านแจกผู้ชายเลย
ผู้หญิงจะสีนวล ผู้ชายจะสีเข้ม ....
มีอะไรอีกหลายอย่างในตัวข้าพเจ้าที่สงสัยหลายเรื่องเหมือนกัน
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถามใคร ไม่แน่ วันหลังข้าพเจ้าอาจได้บรรลุโสดาบันกับเขาบ้างก็ได้
555 แล้วเมื่อนั้น คงรู้ชาติภพของตนเอง ^___^

ชักจะเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ฟังธรรมะแล้วอินกับเรื่องของคนอื่น
พ่อกับแม่นี่ เป็นอะไรที่แตะต้อง ทำไม่ดีไม่ได้เลยนะเนี่ยะ!
บาปทุกกรณี ....ถ้ามีพ่อแม่ดี ก็ดีไปเน๊าะ แต่ถ้าพ่อแม่ปากร้าย
ใคร ๆ ก็คงไม่อยากเข้าใกล้เหมือนกัน ....
ก็คงเหมือนในทีวี ที่ลูกไม่สามารถเลี้ยงพ่อแม่ได้ เอาไปทิ้งไว้
คนแก่เวลาดื้อ ก็สุด ๆ เหมือนกัน

ว่าแต่ว่า ข้าพเจ้าจะอยู่จนแก่หรือเปล่าหนอ?

คิดแล้วเขียน :)V

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เพื่อน

ทุกคนคงเคยมีเพื่อน
เพื่อนสนิทสมัยเรียนหนังสือ
ข้าพเจ้าก็มี เพียงแต่มีที่สนิทไม่กี่คน ณ ตอนนี้
ตั้งแต่เริ่มทำงาน เพื่อนเริ่มมีครอบครัว
ก็เลยเริ่มห่างกันไป มีบ้างที่นาน ๆ ครั้งคุยโทรศัพท์กัน
ซึ่งข้าพเจ้าจะให้ความเกรงใจในสามีตัวเพื่อนค่อนข้างมาก
เพราะเพื่อนมีครอบครัวแล้ว จะมาผูกติดกันกับเรามากไม่ดี
(พ่อเคยสอนไว้ รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ)
จากประสบการณ์ที่พ่อเคยมีเพื่อนสนิทกันมา
แต่เมื่อเริ่มผิดใจกัน หรือภรรยาไม่ถูกกัน
ก็เริ่มมองหน้ากันไม่ค่อยติดแบบแต่ก่อน

ข้าพเจ้าเลยไม่ใคร่จะสนิทกับใครมากนัก
ด้วยความที่สนิทกันมาก
ความเกรงใจซึ่งกันและกันมักจะหายไปด้วย
ทุกคนต้องมีพื้นที่ส่วนตัวเสมอ
ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ด้วยวันคล้ายวันเกิดข้าพเจ้าเมื่อวาน
เพื่อนโทร.มาอวยพร แต่เจ้าโทรศัพท์ปรากฎหน้าจอข้อความ
ตอนดึกแล้ว ข้าพเจ้าเลยไม่ได้ติดต่อกลับไป
เข้าใจว่า เพื่อนคงจะโทรมาอวยพรวันเกิด

วันนี้ได้โอกาสอีกครั้ง โทรหา
ลูกสาวเพื่อนพูดได้แล้ว ร้องเพลง Que sera sera
ให้ข้าพเจ้าฟังทางโทรศัพท์ เก่งซะด้วย ร้องได้
ร้องให้ฟังไม่หยุด 555 (อายุได้จะ 4 ขวบแล้ว)
เพราะแม่ให้ลูกร้องเพลงให้ป้าฟัง
...ติดใจในเสียงตนเอง...เลยร้องไปเรื่อย ๆ แบบว่า
หนูจะร้องเพลง แม่อย่าพูดโทรศัพท์นาน...

ไม่ได้ไปเยี่ยมเพื่อนนานแล้ว เพราะถ้าไปวันหยุด
ก็คงต้องไปเจอกับสามีเขา ซึ่งข้าพเจ้าค่อนข้างจะเกรงใจ
ไม่อยากรบกวน เพราะสามีเพื่อนเป็น family man ดีมาก
ทำให้เราพูดคุยเล่นกับเพื่อนเราไม่เต็มที่
อีกทั้งเป็นวันพักผ่อนของเขา

เหมือนกับเรา เวลาเสาร์-อาทิตย์เป็นวันหยุดของเรา
บางครั้ง เราก็ต้องการอะไรที่เป็นส่วนตัว
หรือเป็นวันครอบครัวของเขา ... ก็ต้องเข้าใจ ณ จุดนี้
ทำให้เราห่างจากเพื่อนไปโดยปริยาย .....
แต่เพื่อน ก็ยังเป็นเพื่อนอยู่เสมอ ^___^

คิดแล้วเขียน :)V

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ชะตา


วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดข้าพเจ้า
อายุครบรอบ 38 ปีบริบูรณ์ วัยเหมือนโกหก :))
จะ 40 แล้วหรือนี่ ถ้าเป็นสาว ๆ ก็คงเหมือน
หญิงสาว 2 คน อายุคนละ 19 ปี พอดี อิอิ ^_^
(กำลังเอ๊าะ ๆ เลย) ....วันนี้ก็ปรกติ
ตนเองพยายามทำให้ปรกติ
เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรที่หวือหวา
แบบเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลัง ...


มีพิเศษนิดนึง ตรงที่พ่อโทรศัพท์มาหาแต่เช้ามืด
ก่อนออกไปใส่บาตร อวยพรวันเกิดให้ น้ำตาซึมเลย!
จากนั้น ป้า อา ก็อวยพร ให้เงินนิดหน่อย ^_^
(ทำไมถึงรู้ว่าเรากำลังขาดทุนทรัพย์อยู่นะ ^_^)

ก็มีพี่ที่ทำงานไม่กี่คนที่ให้ของขวัญวันเกิดเราทุกปี
ก็เลยแบ่งขนมที่สั่งมาถวายพระไปให้รับประทาน
ส่วนเพื่อนบางคนไม่ได้ให้ คงเห็นเราห่าง ๆ มาแล้ว
ก็เลยไม่ให้ อีกอย่างถ้าจะให้ เขาคงก็คิดว่า
ต้องให้เหมือนกันทุกคน ก็เลยไม่ให้ดีกว่า
เป็นการตัดปัญหาได้ดี

อันนี้เราไม่ว่ากัน ....เราเองก็ไม่ใช่คนขาดในตรงจุดนี้
ที่จะต้องให้ทุกคนมานั่งคอยจดคอยจำ
แต่ถ้าเป็นแฟนก็ว่าไปอย่าง จำไม่ได้!
อันนี้น่าคิดนะ!

ขนาดเพื่อนผู้ชายบางคนมันยังจำวันเกิดเราได้เลย
ดันพูดซะดังลั่นห้อง ....(เปล่าหรอก เกิดเลข 9 กับเขาเลยจำได้)
อุตส่่าห์เงียบ ๆ แล้วเชียว ไม่อยากให้คนพูดมาก
แถมตะโกนบอกจะ 40 แล้ว
ข้าพเจ้าเลยต้อง แบ่งขนมที่พอเตรียมมาให้พี่
เขารับประทานกัน พอหรือไม่พอ ก็ไม่รู้ล่ะ ...^_^

ก็ทำบุญไปแล้วในช่วงเช้า
ก็แจกจ่ายขนมเพื่อเป็นทานด้วย
ถึงจะได้ทำกิจในวันเกิดได้บริบูรณ์

ระยะหลังไม่มีตังค์เลี้ยงข้าวเพื่อน
ทำได้คือ แจกขนมแทน ^_^
แล้วแบบนี้ เราจะเป็นแค่ของหวานหรือเปล่านะ
พอดีไม่มีตังค์ เลี้ยงข้าวมันไก่ 5555
ไอ้เรื่องฝนตกไม่ทั่วฟ้า ก็ลำบากใจอยู่เหมือนกันนะ
เราไม่รู้ใครคิดอย่างไร ....

อายุก็ล่วงเลยเยอะขึ้นทุกปี ๆ
ชะตา ....ทำให้เราต้องมาเจออะไรที่เป็นแบบนี้
อะไรที่เราพอจะให้คนอื่นได้ และไม่เป็นการเบียดเบียน
ตนเองให้ลำบาก ก็ทำไปเถอะ ...

สงสัยพระเจ้าไม่ให้เราประสบความสำเร็จในเรื่องนึง
เพื่อที่จะได้เป็นผู้ให้ผู้อื่นตลอดกาล หรือเปล่า?
เพราะถ้าเรามีครอบครัวของเราเอง
เราก็ต้องให้ครอบครัวเราก่อน จริงไหม?
นี่ก็เลย ให้มันเป็นแบบนี้ แหล่ะดีแล้ว ... นั่นซินะ (น่าคิดอยู่) ......

เห็นพี่บางคน ชอบทำบุญ แจกทาน
แต่ตัวเองเป็นหนี้เป็นสินคนอื่นเขาไปทั่ว
แบบนี้ ก็ไม่ดีอีก
เหมือนสร้างบาป ความทุกข์ใจให้ตนเอง
มีแต่คนเขาเบียดเบียนคนอื่น เพื่อให้ได้มา
แต่ตนเองกลับเบียดเบียนตนเอง เพื่อให้คนอื่น
นี่คงเป็นกรรมชนิดหนึ่งของเขาเหมือนกัน

อาจจะเป็นหนี้กันมาหลายชาติ
ชาตินี้เลยต้องชดใช้ ...สงสัยจะฟังธรรมะมากไปหน่อย
อะไร ๆ ก็เป็นชาติ ๆ ๆ ...
มิน่าล่ะ แบบนี้จะให้ใครมาคอยเป็นชาติ ๆ ได้ล่ะเน๊อะ!
555 :P

Happy Happy อย่าซีเรียส!

ชะตาลิขิตชีวิตคน แต่ใจคนคือสิ่งที่ลิขิตชะตา ^_^

เขียนอะไรไป ถ้าไปสะกิดใจใครก็ต้องขออภัย
เพราะบางที คบกับใครที่ไม่ค่อยจริงใจ
ก็พูดลำบากเหมือนกัน มันจะมีแต่ปัญหาตลอด!


คิดแล้วเขียน V:)

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

บังเอิญที่ไม่ธรรมดา

ช่วงหลัง ๆ ข้าพเจ้าเห็นหนังสือธรรมะในร้านหนังสือเยอะมาก
อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งเคยนึกคิดในใจว่า
ข้าพเจ้าเป็นผู้หญิง อยากรู้เรื่องในสิ่งที่ผู้ชายเขารู้กัน
เรื่องการบวชเรียน ฯลฯ เพื่อให้ทราบว่า
ทำไมถึงมีข้อห้ามสำหรับเพศหญิงเยอะจัง
ไม่ว่าจะเป็นการบวชเรียน หรือการไปไหนมาไหนคนเดียว
ก็สงสัยอยู่นาน จนกระทั่งระยะหลัง ลองกล้าที่จะดูหนังผู้ใหญ่
แบบที่ผู้ชายเขาดูกัน ...ทำให้เข้าใจว่า
ผู้ชายส่วนใหญ่ มักมองผู้หญิงไว้สนองตัณหา

ผู้ชายไม่จำเป็นต้องมีความรัก
ก็สามารถหลับนอนกับผู้หญิงได้
ขอให้ผู้หญิงคนนั้นมีรูปร่าง หน้าตาดี
ผิวพรรณ หุ่น หน้าอก สะโพก ฯลฯ

และทำให้เข้าใจว่า ทำไมผู้ใหญ่ถึงห้ามนัก ห้ามหนา
ไม่ให้ผู้หญิงไปไหน มาไหนคนเดียว ในยามวิกาล
หรือที่อโคจร
หรือแม้กระทั่งหญิงชายอยู่ในที่ลับตาคน
อยู่กันสองต่อสอง
เพราะผู้หญิงสามารถเป็นเหยื่ออารมณ์ของผู้ชายได้ทุกที่
แม้กระทั่งคนใกล้ชิด ก็ตามที
(แบบข่าวพ่อ ลูก ตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อย ๆ)


ตอนเด็ก ๆ ข้าพเจ้ามักถูกผู้ใหญ่ห้ามดูหนังที่มีฉากรัก
โตมาอายุเลยเลข 3 มานานแล้ว เพิ่งได้ดูหนังผู้ใหญ่กะเขา
ดูแล้ว ก็งั้น ๆ ตอนแรกดู ๆ ก็ยังตื่นเต้น
เป็นธรรมดา อะไรที่ยังไม่เคยเห็น

พอดูไป นาน ๆ บ่อย ๆ
เออว่ะ มันเริ่มเอียน ๆ เลี่ยน ๆ ชอบกล
ผู้หญิง กะผู้ชายก็มีไม่กี่อย่าง ไม่กี่ท่า
เนื้อหนัง มันก็เหมือน ๆ กัน
บางรูป เห็นแล้วก็แสนจะทุเร็จ...
ก็ยังแปลกใจไม่หายว่า
ทำไมผู้ชายบางคนมันชอบดูกันจัง!

เออ! สงสัยใจข้าพเจ้าจะบวชนานไปหน่อยกระมัง อิอิ ^_^
ดูแล้ว เห็นแต่เนื้อ ๆ สดทั้งนั้น ...ถ้าหั่นออกเป็นชิ้นนี่
เลือดสด ๆ คงกระจายหน้าดูเหมือนกัน ...:P
(ก็คงเหมือนหน้าข่าวอีกเหมือนกัน
รักแล้วแค้น เลยฆ่าทิ้งซะเลย!)

คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ
ซื้อข้าวกินโดยไม่ต้องล้างจาน!
(ร้านสะดวกซื้อมีอยู่เกลื่อนเมือง)

และด้วยเหตุนี้
ทำไมข้าพเจ้าถึงไม่ชอบใจที่ผู้ชายมอง
(ผู้หญิงบางคนรู้สึกยินดีที่ผู้ชายให้ความสนใจ)
แต่สำหรับข้าพเจ้า ไม่ชอบ และรู้สึกรำคาญมากกว่า
เพราะมันมองเรา
มันมองลึกไปถึงเรื่องนั้น จริง ๆ ....
ทำไมพวกผู้ชายถึงหื่นกันนัก!


วกมาอีกที เรื่องบังเอิญที่ว่า
ระยะนี้ได้อ่านหนังสือธรรมะของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก
เมื่อก่อนข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักพระท่านนี้หรอก
เพิ่งเห็นหนังสือของท่านไม่กี่เดือนนี้เอง

พอทราบประวัติของพระท่านนี้ ว่าบรรลุธรรมแล้ว
และมีอภินิหารในรูปแบบต่าง ๆ ตอนถือบวชในป่าช้า
ท่านเจอพวกวิญญาณ พญานาค เทวดา ฯลฯ
และท่านตั้งมั่น และประกาศว่า จะไม่ขอเกิดอีก
ข้าพเจ้าก็ขอภาวนาว่า อย่าเป็นแค่กระแสให้คนนิยม
ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ แบบหลวงพ่อจตุคามฯ
หรือพระอาจารย์ยันตระ ก็แล้วกัน
(ข้าพเจ้ามิได้มีเจตนาที่จะลบหลู่
แต่คนสมัยนี้ ชอบอ้างอภินิหาร ฯลฯ
เพื่อให้คนอื่นศรัทธา! )


วันก่อนเพิ่งได้เจอป้ายประกาศหน้าที่ทำงานข้าพเจ้าว่า
ภิกษุรูปนี้ จะมาเผยแพร่ธรรมะที่ทำงานข้าพเจ้า
ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ด้วย
ถ้ามีเวลาอาจจะไปฟังธรรมะของท่านสักหน่อย
บังเอิญที่ไม่ค่อยธรรมดา

เพราะข้าพเจ้าเพิ่งหันมาสนใจ
อ่านหนังสือของภิกษุรูปนี้ไม่กี่วันนี้เอง

คิดแล้วเขียน :)V

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ธรรมะฮิตติด Trend :))

ช่วงนี้ข้าพเจ้ากำลังบ้าฟังธรรมะ ^__^
หากห่างหายจากการเขียนบทความไปบ้าง
ก็คงไปฟังธรรมแม่ชีทศพรอยู่นั่นเอง
ฟังแล้วก็นำมาพิจารณาว่า
คนเราก็เวียนว่ายตายเกิดกันอยู่เช่นนี้
บางคน ชาติที่แล้วเป็นสามี หรือเป็นศัตรูกัน
ก็มาเกิดเป็นลูกกันก็มี ด้วยการจองเวรกัน

บางคนชาติที่แล้วไปทำคุณไสยใส่ภรรยาน้อยจนตาย
สามีเลยตัดสินใจออกบวช เพื่อแก้คุณไสยให้วิญญาณภรรยาน้อย
ส่วนภรรยาหลวงปัจจุบันก็มาเกิดเป็นเมียน้อยคนอื่นในชาตินี้แทน
เหมือนว่า จะได้รู้รสชาติของการเป็นเมียน้อย
แถมมีจิตที่ไม่ปรกติด้วย ด้วยกรรมที่ไปก่อไว้ในอดีตชาติ

รู้สึกว่า เหมือนจองเวรกันไปมาไม่จบสิ้น
ชาติที่แล้วเธอฆ่าฉัน ชาตินี้ฉันจะฆ่าเธอ ...

ฟังแล้วได้ธรรมะอย่างนึงว่า
อย่าพยายามไปผูกเวร จองเวร ชิงชังกับคนรอบข้าง
ไม่เช่นนั้น คงต้องได้เจอกันอีก
แถมอาจจะเกิดมาเป็นสมาชิกในครอบครัวเราได้เช่นกัน

จะว่าไม่เชื่อก็ไม่ได้ เพราะแม่ชีถือศีล
และบางอย่างก็ทายเรื่องของคนที่ถาม ตรงแปะ ๆ เลย

อีกอย่าง เรื่องไสยศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่มีมานาน
บางคนรักมาก ต้องการแย่งชิง ก็ทำคุณไสยใส่
ให้เขาหลงรัก หัวปักหัวปำ แต่หารู้ไม่ว่า
ผลการกระทำอันนั้นมันย้อนกลับมาหาตัวเอง
ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า ...

ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ว่าจะหลงงมงายเสียทีเดียว
แต่บางเรื่องก็ฟัง ๆ ไว้
เรื่องเสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักจนตัวตาย น่ะ
ข้าพเจ้าคิดว่า ก็คงมาจากเรื่องทำคุณไสย
ใส่อาหารให้สามีรับประทานนั่นเอง
เพราะผู้ชายสมัยก่อนมีเมียเยอะ
อาจจะมี ผู้หญิงที่ต้องการแย่งชิงความเป็นใหญ่ในบ้าน
เหมือนละครไทยนั่นแหล่ะ

แต่สิ่งที่ทำเป็นอวิชชา คนที่ถูกกระทำ
มักจะตายไม่ดี

และผู้ที่จะถอนคุณไสย (มนต์ดำ)ได้
ต้องมีตบะ บำเพ็ญบารมีเก่งพอสมควร (พระนั่นเอง)
ข้าพเจ้าเคยอ่านว่า เวลาไปต่างถิ่น
อย่าไปกินของสุ่มสี่สุ่มห้า
แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาให้เอาอาหารที่จะรับประทานนั้น
ลอดใต้หว่างขาของเรา 3 หน

อันนี้ จำ ๆ มาบอกไว้ เผื่อมีคนมาแอบหลงรัก
แล้วเกิดบ้า ทำคุณไสย ใส่มนต์ดำให้กิน
เรื่องแบบนี้ ก็ฟัง ๆ ไว้หน่อย
สมัยนี้ รู้หน้าไม่รู้ใจ
แต่ถ้าถูกเขาทำพิธีอย่างอื่น
เช่นปั้นผัว ปั้นเมีย คู่กันแล้วฝังไว้
นั่นก็สุดแล้วแต่บุญ แต่กรรม ก็แล้วกัน ^__^

พูดง่าย ๆ ว่าอย่าไปหลอกให้ความหวังใครไว้
เกิดคนที่เราไปหลอกไว้ มันแค้นขึ้นมา
มันก็คงสามารถทำอะไรบ้า ๆ ใส่ตัวเรา
หรือคนที่เรารักได้

สมัยนี้ คนเรา รู้หน้าไม่รู้ใจซะด้วย

ถ้าจะคิดบริหารเสน่ห์ ก็ควรทำให้ถูกทาง
แต่ส่วนมากคนที่เจ้าชู้น่ะ
ชีวิตมักจะจบไม่สวยทุกราย!
ก็คงเหมือนขว้างงูไม่พ้นคอตัวเองนั่นแหล่ะ!

ตอนนี้ ข้าพเจ้ากำลังฮิตฟังธรรมะของแม่ชีทศพรอยู่
สมัยนี้คนก็ติดธรรมะกันมากขึ้น
คงเป็นเพราะสังคมรอบข้างวุ่นวาย และซับซ้อนกันมากขึ้นด้วยกระมัง
ไม่รู้จะหาทางออก แก้ปัญหาให้ชีวิตได้อย่างไร
ก็เลยหันมาใช้ธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจ

ถ้าฟังธรรมะแล้ว เรานำข้อคิดจากชีวิตคนอื่นมาเป็นตัวอย่าง
อย่างน้อยเราก็คงไม่อยากจะเป็นแบบเขา
และหลีกเลี่ยงที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดี
ซึ่งข้าพเจ้าก็คิดว่า ได้ประโยชน์ในการฟังธรรมะตรงนี้แหล่ะ

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน เพราะกิเลสในใจเรา
นั้นเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ

คิดแล้วเขียน :)V

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ธรรมะวันลอยกระทง :)

ค่ำคืนนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ไปลอยกระทงที่ไหน
ที่บ้านข้าพเจ้าไม่นิยมงานประเพณีนี้
ข้าพเจ้าก็เลยหันมาฟังธรรมะออนไลน์
เพราะวันนี้เป็นวันพระด้วย

วันนี้ฟังธรรมะของแม่ชี แล้วรู้สึกเข้าตนเองอย่างไรไม่ทราบ อิอิ ^_^

แม่ชีบอกว่า ถ้าเราดื้อกับพ่อแม่
ต่อไปถ้ามีชีวิตคู่เราก็จะได้รับผลอันนั้น
กับคู่ชีวิตของเรา หรือลูกของเราก็ต้องทำกับเราเหมือนที่เราทำกับพ่อแม่
เพราะกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ด้วยเหตุนี้แม่ชีจึงสอนให้ลูกทุกคนกตัญญู
พยายามไม่โกรธพ่อแม่ แล้วบาปจะไม่ตกที่เรา

ลองมาฟังคำที่ แม่ชีสอนดูนะคะ


พื้นฐานของชีวิต . . .ตอนที่ 4(สิ่งที่พึงปฏิบัติต่อพ่อ-แม่)
สิ่งที่พึงปฏิบัติต่อพ่อ-แม่ คือควรทำให้ท่านสบายใจ
ไม่ทุกข์ใจเพราะเรื่องของเรา ในตอนนี้ได้อธิบายถึงผลของกรรมว่า
ถ้าหากเรา ได้ทำให้ท่านทุกข์ใจในรูปแบบนี้
เรา จะได้รับผลของกรรมในรูปแบบใด. . . บรรยายธรรมโดยแม่ชีทศพร. . . .



เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ
ฟังธรรมะวันลอยกระทง

หากใครไม่ได้ไปลอยกระทง
ก็ขอให้ลอยสิ่งที่ไม่ดีออกจากใจ
คิดดี พูดดี ทำดี
แล้วสักวัน เราก็คงได้ดีนะคะ :)

คิดแล้วเขียน :)V


วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ครอบครัวหรรษา


ช่วงนี้ ดวงข้าพเจ้าค่อนข้างเป็นชีพจรลงเท้า
(หลังจากที่อยู่กับบ้านมานาน
เพราะความไม่พร้อมของสมาชิก)

ช่วงนี้อยู่ไม่ค่อยติดที่ ...และก็เป็นช่วงที่เงินเข้า ๆ ออก ๆ
จากกระเป๋าตลอดเวลา อิอิ ^_^
ไม่มีเรื่องให้ซื้อ แต่ถ้าได้ออกจากบ้าน
มันก็ต้องเสียเงินเป็นธรรมดา
ข้าพเจ้าเลยชอบอยู่บ้านมากกว่า :))
แต่อยู่บ้านมาก ๆ ก็เป็นตุ่มเหมือนกันนะ
เพราะกินแล้วก็นอนน่ะซิ

วันนี้พี่สาวเลี้ยงฉลองล่วงหน้าวันคล้ายวันเกิด
เนื่องจากอาทิตย์หน้าพี่บางคนไม่ว่าง
อาจจะรวมตัวกันลำบาก
วันนี้ข้าพเจ้าเลยได้รับเลี้ยงจากพี่ ๆ
ซะอิ่มแปล้ไปเลย ^__^

เก็บรูปมาฝากยั่วน้ำลายคนเล่น อิอิ :))
มีพี่ที่น่ารักก็ดีอย่างนี้ล่ะน้า

วันนี้เป็นวันฮาโลวีน
แต่สำหรับข้าพเจ้าเป็นวันที่อิ่มแปล้วันนึงทีเดียว
^___________^

คิดแล้วเขียน :)V

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นับถอยหลัง?

(ลอยกระทง : ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)


ช่วงนี้ข้าพเจ้ากำลังเตรียมตัวจะเดินทางไปจีนแล้ว
(วัยรุ่นปลาย ๆใจร้อน) :P
จนที่บ้านข้าพเจ้าอดหัวเราะไม่ได้ ... เริ่มทยอยเตรียมไว้หมด
แต่คนยังหาได้ไม่ครบ ยังไม่รู้ชะตากรรมเลย
trip คุนหมิงนี่ อาบอกว่าต้องจัด group ให้ได้ 16 คนขึ้นไป
ไม่งั้นค่าที่พัก ตั๋วเครื่องบินจะไม่ได้ในราคาที่ตั้งไว้

ไม่รู้ว่าทางเพื่อนอา หาได้กี่คนเหมือนกัน
และอากาศไม่รู้จะหนาวมากหรือเปล่า
แต่คิดว่าคงหนาวแน่ เพราะไปเที่ยวช่วงธันวาคม
นี่ก็นับถอยหลังเหลือแค่เดือนเดียวเอง
แป๊ปเดียวเท่านั้น คิดดูซินี่ก็ใกล้ครบรอบ
ฉลองอายุอีกและ จะไม่ให้แก่ได้งัยล่ะ
จริง ๆ แล้วเลข 9 คนไทยถือว่าเป็นวันมงคล
เพราะเก้า ไปพ้องเสียงกับคำว่า ก้าวหน้า
เลยถือเป็นเลขดี แต่ข้าพเจ้าก็คิดว่า
มันอาจจะไม่จริงแบบนั้นก็ได้
เพราะเลข 9 ถ้ากลับหัวลง ก็เป็นเลข 6
ซึ่งมันก็มีนัยยะที่ไม่ดีได้เช่นกัน
(แต่เราก็ต้องคิดในแง่บวกไว้ก่อน)

ดังที่หลาย ๆ คนที่มีอายุเบจญเพส 19 29 59 79
อะไรประมาณนี้ว่า มักจะหมดอายุในช่วงนี้
บ้างก็ว่า.... ก้าวไม่พ้น ...
ไม่อยากให้คนไทยบ้าเลข 9 กันเกินไป
เห็นอะไรเดี๋ยวนี้ก็ 999
เพื่อนข้าพเจ้าก็เกิดวันที่ 9 กันหลายคน
ที่ห้องนี่นับได้ 4 คนขึ้นไปนะ
แถมบางคนแย่งจองเลขงาน
หรือแม้แต่แค่เซ็นชื่อเวลามาทำงาน
ยังต้องแย่งลงด้วย 9 เลย
(อะไรมันจะบ้าขนาดนั้น!)
คนทำดี ไม่ได้อยู่ที่เลข หรืออยู่ที่ชื่อหรอก
อยู่ที่การกระทำ กับใจของคนคนนั้นมากกว่า

เอ้า! บรรยายไปไกลเลย ...วกกลับมาใหม่ ...
ยังงัยก็ให้ผ่าน ลอยกระทง น้ำนองตะหลิ่งก่อนก็แล้วกัน ^_^

เดี๋ยวจะเป็นแม่สายบัว แต่งตัวเก้อ ฮิ้ว ๆ ....
ลอยกระทงปีนี้ก็คงเหมือน ๆ ทุกปีนั่นแหล่ะ
ประมาณว่า งานประเพณีพวกนี้เป็นเรื่องของคนหนุ่ม คนสาว
ที่พาคู่รักไปลอยกระทงด้วยกัน ...หรือไม่คนที่มีครอบครัว
พาลูกเด็กเล็กแดงไปเที่ยวงาน -วัด ดูประเพณี จุดพลุกัน
ส่วนคนชรา ไม่ค่อยสนใจในงานเหล่านี้สักเท่าไร
คงผ่านวัยนั้นมานานแล้ว เลยรู้สึกเฉย ๆ

ยิ่งบิดาข้าพเจ้าแล้ว ยิ่งไม่ค่อยให้ความสำคัญเลยล่ะ
ไม่รู้ว่า เมื่อก่อนตอนจีบแม่ พาแม่ไปลอยหรือเปล่า? จำไม่ได้
พอดียายที่เลี้ยงข้าพเจ้ามา ท่านเสียไปหลายปีแล้ว
ไม่งั้นจะได้ถามยายได้ ^_^

แต่จำได้ว่า ยายเคยเล่าให้ฟังว่า
แม่เคยงอนพ่อ ตอนพาอดีตคู่หมั้น
ซึ่งมาหาพ่อ นั่งสามล้อผ่านหน้าบ้านแม่
รู้แต่ว่า แม่สับผ้าที่พ่อซื้อให้มาไม่เป็นชิ้นดี
แถมหนีไปอยู่ต่างจังหวัดอีกแน่ะ
(ความรักหนุ่มสาวอ่ะนะ)^_^

ฟังเรื่องพ่อกับแม่ตอนหนุ่มสาว ๆ จากคนรอบข้างแล้ว
ข้าพเจ้านั่งอมยิ้ม ปนขำทุกที อิอิ :))

กว่าจะผ่านด่านมรสุมมาได้ ก็หนักเหมือนกัน
แต่ถ้าคิดว่า มีความเชื่อใจ ซื่อสัตย์ต่อกันแล้ว
อะไร ๆ ก็คงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี (ข้าพเจ้าคิดงั้นนะ)

เอ้! พูดเรื่องจะไปเที่ยวไฉนมาพูดเรื่องบิดา- มารดาได้
เอาใจช่วยให้หนุ่มสาวทุกคู่ ได้ฉลองประเพณีกับแฟนตัวเองก็แล้วกัน
ส่วนใครยังไม่มีแฟนก็ ลอยกระทงบนหน้าจอคอมพ์ไปก่อนก็แล้วกันนะ
ดีเสียอีก กระทงจะได้ไม่หลงทางไปไหน ^__^

เอ้! ตกลงข้าพเจ้านับถอยในเรื่องอะไรดีล่ะเนี่ยะ!
(จะไปเที่ยวหรืออายุ) อิอิ ^__________^

คิดแล้วเขียน :)V

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เพื่อนเล่าให้ฟัง

วันนี้เพื่อน ๆ ที่ทำงานกลับมาจากการไปเที่ยวลาวใต้กัน
ฟังเขาเล่าก็ขำ ๆ กับเพื่อนบางคนที่มีนิสัยเจ้าอารมณ์
มักจะเอาแต่ใจตัวเอง ทำให้คนรอบข้างเอือมระอา
แต่ด้วยความที่คบกันมานาน ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่สาว ๆ
พี่คนนี้ อารมณ์แกไม่เคยเปลี่ยน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
อะไรไม่พอใจ พี่แกไม่เก็บอารมณ์เลย มีอะไรปล่อยออกมาหมด
เวลาอารมณ์ไม่ดี เสียงจะดังมากกกกกก ...
คนรอบข้างรับไม่ทัน ...สักประเดี๋ยวกลับมาหัวเราะใหม่ได้
^_^ ...

พี่คนนี้ เป็นคนตรวจงานให้กับเพื่อน ๆ ทุก ๆ คน
พูดง่าย ๆ ว่าเป็นคนกรองให้เจ้านายใหญ่อีกที
ซึ่งข้าพเจ้าก็ชมในความสามารถแกว่า
แกเป็นคนที่ละเอียดมากกกก
ตรวจเกือบทุกตัวอักษร ไอ้ที่เราว่าตรวจดีแล้ว
แกก็หาจนเจอ หรือบางอย่างไม่ได้ดังใจแก
แกก็ไม่เอา จนเป็นที่เรืองลือในหมู่คนที่ทำงาน

เจ้านายบางคนยังต้องตามแกเลย ...แกทำงานดี อันนี้ไม่เถียง
แต่เจ้าอารมณ์เหลือประมาณ ....บทดี ก็ดีใจหาย
บทร้าย ไอ้ที่ดี ๆ หายเหมือนกัน 55555 :))

ฟังพี่ ๆ เขาเล่าแล้วก็ขำ ๆ แต่ก็ยังเห็นไปเที่ยวกันอยู่
รักมาก เพื่อนเลยพยศใส่มาก ^__^
พี่คนนี้ แกเลยที่เล่าขาน
เป็นตัวตลกร้ายในหมู่เพื่อน ๆ ไปโดยไม่รู้ตัว อิอิ ^_^
(เป็นพี่ผู้หญิงไม่เต็มร้อยอ่ะค่ะ อารมณ์เลยแปรปรวนง่าย ฮา)

วันนี้เพื่อนไม่ได้นินทาเพื่อนหรอกนะ เพราะเรื่องเล่าวันนี้
ดังทั้ง Floor ฮา ๆๆๆๆ

คิดแล้วเขียน :)V

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน


การบังคับตัวเองค่อนข้างเป็นเรื่องลำบากเหมือนกัน
ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก
มนุษย์เราเกิดมาทุกคนต้องถูกฝึกให้มีวินัยในตนเอง
เมื่อก่อนข้าพเจ้าทำได้ แต่หลัง ๆ ชักจะขี้เกียจ
มักจะตามใจตัวเองบ่อย ๆ หลายครั้งก็ใจอ่อนกับตัวเอง
ต้องฝึกบังคับตนเองให้อยู่ในระเบียบบ้าง
ไม่ใช่ปล่อยชีวิตตามยถากรรม
ลมพัดมาทางใด ก็ปลิวไปทางนั้น
(กระแสความนิยม)
ซึ่งพระท่านเวลาเทศน์ก็สอนให้เด็กทุกคน
ต้องรู้จักวินัยและหน้าที่
ซึ่งเป็นตัวฝืน ให้เราเป็นคนที่ดีได้
เพราะการทำความดีทุกอย่าง มันต้องฝืนและต้องฝึก
ถ้าไม่ฝึกหรือไม่ฝืน มันก็ไหลลงต่ำไปเรื่อย ๆ

จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ อยู่กับป้ากับอาซึ่งเป็นครู
ค่อนข้างจะจู้จี้จุกจิกกับเรามากกว่าพ่อแม่เราเสียอีก
สังเกตได้ว่า ถ้าตนเองอยู่กับพ่อกับแม่จะดื้อได้
แต่อยู่กับคนอื่นไปดื้อหรือพยศใส่เขา
เขาก็ว่าเอาให้ซิ เป็นธรรมดาของเด็ก
หากใครตามใจ ก็มักจะพยศกับคนนั้นมากหน่อย :))

แต่ข้าพเจ้าพยศกับใครมากไม่ได้หรอก
เผลอๆ พ่อกับแม่ช่วยกระหน่ำ summer sale อีกแรงหนึ่งด้วย :))

ใครที่ไม่เคยถูกฝึก ไม่รู้รสของความขมแบบมะระ
ตอนแรก ๆ ขม แต่เคี้ยว ๆ ไปเราจะรู้ว่ามันหวานนะ
ตอนเด็ก ๆ ตื่นนอนก็ต้องตื่นแต่เช้า
รับประทานอาหารต้องเป็นเวลา
เป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับข้าพเจ้าที่สุด
แต่ก็ต้องฝืนทำ ...ผู้ใหญ่เขาสอนเพื่อให้เราได้ดี
ก็ต้องอดทน!

โตมาเพิ่งถูกปล่อย เพราะผู้ใหญ่ท่านชรามากแล้ว (ไม่มีแรงว่า)อิอิ ^_^
เลยทำให้โตมานิสัยเริ่มเสีย ก็โดนต่อว่าหลายครั้งเหมือนกัน
อย่างวันนี้ ไปห้างฯ แถวบ้าน เห็นหนังสือออกใหม่มากมาย
พี่สาวยังถามเลยว่า ปีนี้เธอไม่ไปงานสัปดาห์หนังสือหรือ?

อยากไปอยู่หรอก แต่ต้องเก็บเงินไว้เที่ยวช่วงธันวา :)
เดี๋ยวตังค์ไม่พอใช้ ....หนังสือที่ซื้อประจำอยู่ก็ยังอ่านไม่หมดเลย
ถ้าไปงานสัปดาห์หนังสือฯ อีกคงหมดหลายตังค์
ข้าพเจ้าเป็นโรคบ้า หนังสือ เห็นหนังสือดี ๆ ไม่ได้ชอบซื้อ
ตอนหลัง ๆ เพลา ๆ ลงได้บ้าง เพราะไม่มีที่เก็บ ^_^

เมื่อคืนฝนตกหนัก ยังนอนคิดอยู่เลยว่า ถ้าน้ำท่วมบ้าน
หนังสือเหล่านั้นคงละลายไปกับน้ำแน่ ๆ
คิดแล้วก็เครียดเหมือนกันนะเนี่ยะ!
เอาเถอะอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ก็ไม่รู้จะหนีน้ำไปอยู่แถวไหนเหมือนกัน
แต่ที่แน่ ๆ เตรียมใจรอเที่ยวอย่างเดียว ....^_^
อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน
ไม่รู้ว่ามันจะหวานได้ใจ แบบที่คิดหรือไม่

คิดแล้วเขียน :)V