คนขับรถเมล์ชื่ออภิสิทธิ์.......!
เมื่อวานนี้ขณะนั้งฟังรายการวิทยุที่วิเคราะห์โรดแมพของท่านนายกลูกสาววัย12ขวบถามผมว่า
“พ่อขานายกยอมแพ้แล้วหรือ...”ผมนิ่งคิดสักพักแล้วตอบลูกว่า
..สมมุตินะลูก ว่านายกอภิสิทธิ์กำลังขับรถโดยสารที่ชื่อว่าประเทศไทย หนูกับพ่อก็โดยสารอยู่บนรถคันนี้ด้วยกันกับผู้โดยสารอีกหลายคน แล้วมีคนบ้ากระโดดออกมาขวางทางไม่ให้รถไปต่อ พรางคนบ้านั้นก็ตะโกนด่าพ่อผู้โดยสารด่าคนขับให้ลงจากรถด้วยถ้อยคำหยาบคาย ผู้โดยสารหลายคนบอกกับคนขับรถว่า “ชนมันไปเลย ชั้นต้องรีบไปทำธุรกิจนะ เนี่ยสายมากแล้ว ชั้นเสียหายนะ” บ้างก็บอกว่า “ชั้นต้องส่งลูกไปโรงเรียน ชนมันเลยมันอยากมาขวางถนนเอง”และอีกหลายเสียงที่ช่วยด่าทอคนบ้าบ้างก็ด่าคนขับรถที่ไม่ยอมออกรถไปชนคนบ้าซักที
“พ่ออยากถามหนูว่าเราควรขับรถไปชน คนบ้า พวกนั้นหรือเปล่า” ลูกสาวตอบว่า”ไม่ควรค่ะ”ผมจึงถามต่อ”ทำไมล่ะลูก ก็เขาขวางทางเราไม่ใช่หรือ” “ก็มันเป็นชีวิตคนนี่คะพ่อ”ลูกสาวตอบ ผมจึงเปลี่ยนคำถาม “แล้วถ้าเปลี่ยนจากคนบ้าเป็นหมาขี้เรื้อนล่ะเราชนเลยดีมั๊ย” ลูกสาวตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด”ก็ชิวิตเหมือนกันนะพ่อ ชนได้ไง”
“แล้วเราจะทำไงดีล่ะคะถึงจะได้ไปต่อ” ลูกสาวชักหงุดหงิดผมเลยเล่าต่อ “คนขับรถก็เลยเปิดหน้าต่างไปตะโกนบอกคนบ้าด้วยภาษาคนบ้าคือเออออไปกับมัน ว่า เดี๋ยวฉันจะลงจากรถแล้ว ไม่ขับไปจนตายหรอก ถ้าอยากขับก็ได้ แต่แกขับได้แน่นะ ตอนนี้รถมันไม่ค่อยดี ฉันซ่อมให้ก่อนแล้วกัน ระหว่างที่คุยอยู่ก็มีเสียงผู้โดยสารตะโกนด่าคนขับว่า แกจะบ้าไปแล้วเหรอให้คนบ้าขับรถได้ไง ...ถามฉันหรือยังและอีกหลายเสียงด่า รวมทั้งเสียงเล็กๆของหนูด้วยว่าคนขับยอมคนบ้าแล้วหรือ.”
“ที่พ่อสมมุตินี้ก็แค่อยากบอกหนูว่า นายกกำลังเจรจากับคนบ้า เราคนดีๆไปยุ่งอะไรด้วยตอนนี้ก็ยิ่งจะทำให้จบยากขึ้น ที่ควรทำคือเออออไปกับนายกให้คนบ้ามันสบายใจ แล้วเราจะได้ไปต่อโดยไม่ต้องชนมัน จากนั้นจะเรียกโรงพยาบาลบ้ามาจับก็ค่อยว่ากันอีกที” ลูกสาวยิ้มออกและไม่เคยถามผมเรื่องโรดแมพอีกเลย
เพิ่มเติมค่ะ
คนขับลงไม่ได้ ลงปุ๊บมีคนเสียบแทนแล้วขับรถทับคนบ้าปั๊บ โยนบาปให้คนขับปึ้บ
กระเป๋ารถ ส่วนใหญ่ไม่แตงโมก็มะเขือเทศ
ส่วนผู้โดยสาร แนะนำว่าอย่าลงไป คนบ้ามันมีM79 ฮา......
เจ้าของบทความ : รศ.ศิริลักษณ์ นิวิฐจรรยงค์ (FW Mail)
-----------------------------------------------
การเป็นผู้นำคนอื่นมิใช่เรื่องง่าย
หากต้องมีการเสียสละบางอย่าง
เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ต้องเข้าใจในสถานการณ์ของผู้อื่นด้วย
ถึงจะเป็นผู้นำที่ดีได้
คนแต่งก็เข้าใจคิดพล๊อตเรื่องเหมือนกันนะ
สมัยนี้ผู้นำค่อนข้างเห็นแก่ตัวกันเยอะ
เลยหยิบบทความมาลง blog
ข้อคิด : การเป็นผู้นำที่ดีนั้น
การทำให้ถูกใจคนหมู่มากไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่สิ่งผู้นำทุกคนต้องมีคือ การกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ถึงแม้จะโดนด่ามากมายสักเพียงใดก็ตาม
แล้วคุณล่ะคะ ทำอะไรที่ถูกต้องบ้างแล้วหรือยัง???
คิดแล้วเขียน :)V
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้นำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้นำ แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ผู้นำขององค์กร
วันนี้ที่รอคอย ^_^ ของผู้บริหารบางท่าน
วันนี้องค์กรของข้าพเจ้า ได้เปลี่ยนเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงไม่มากแต่ก็มีบทบาทพอสมควร
คัดเลือกจากการแข่งขัน โดยการสอบ หลาย ๆ คนบอกว่า
มีคนวางหมากไว้แล้ว ว่าจะเอาใครขึ้น เนื่องจากไม่เอาคนเก่ง
เพราะไม่เอื้อประโยชน์ต่อคนคุมเกม ซึ่งอาจจะเป็นนักการเมือง
หรือประธานคณะกรรมการองค์กร
ข้าพเจ้าว่าไม่จริงทั้งหมดหรอก
เนื่องจากการทำงานที่ผ่านประสบการณ์มา 10 กว่าปี
สังเกตจากการทำงานของหัวหน้างานแต่ละท่าน
ผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่งมาก แต่จำเป็นอย่างยิ่งต้อง
มองคนออก และใช้คนเป็น และเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
วิสัยทัศน์ นี่หมายถึง การมองอะไร ๆ ในภาพรวม มองไกล ๆ
มีมุมมองที่สามารถปรับเปลี่ยนองค์กร ไปสู่จุดมุ่งหมายได้
ไม่มีกฎตายตัวมากนัก ไม่ใช่ทำงานมา 10 ปี คิดอย่างไร ก็อยู่แบบนั้น
ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าแหวกกฎ ยึดแต่ตำราที่ร่ำเรียนมา
หรือยึดกฎระเบียบมากไป หรือลงลึกรายละเอียดในเนื้องานมากไป
เขาจ้างคุณให้เป็นผู้บริหาร ไม่ใช่คนทำงาน แล้วลูกน้องที่นั่งสลอน! น่ะ
ไม่ใช้เขาล่ะ เห็นลอยไปลอยมากันเยอะแยะไปหมด
คนทำงานเก่ง ก็ทำเป็นอยู่แค่คนเดียว ที่เหลือนายไม่เอา!
เพราะเหนื่อยที่ต้องมานั่งสอน
ผู้บริหารต้องเก่งเรื่องคน เรื่องมนุษย์สัมพันธ์
หากเก่งทฤษฎี ตกเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ ก็ไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้
เพราะผู้นำหรือผู้บริหาร ต้องทำงานเกี่ยวเนื่องกับคน
หากคุณด้อยเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ จบเห่! เท่านั้นเอง
พวกที่เก่ง ๆ แล้วไม่ได้ขึ้นน่ะ
อย่ามาอ้างเลยว่าไม่ใช่ลิ่วล้อพวกผู้ใหญ่
แต่ถามหน่อยเหอะ มีลูกน้องคนไหน อยากทำงานกับผู้บริหารที่เก่ง
แต่ EQ พฤติกรรมทางอารมณ์ต่ำบ้าง
การจะก้าวขึ้นสู่ที่สูงนั้น มันต้องมีปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่างที่ต่างจากคนทำงานปกติ
ไม่ใช่ว่าทำงานเก่งแล้วจะไปได้สวย
สังคมมีแต่คนเก่งมากพอแล้ว ขาดแต่คนดีมีคุณธรรมเท่านั้น
โดย คิดแล้วเขียน V:)
วันนี้องค์กรของข้าพเจ้า ได้เปลี่ยนเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงไม่มากแต่ก็มีบทบาทพอสมควร
คัดเลือกจากการแข่งขัน โดยการสอบ หลาย ๆ คนบอกว่า
มีคนวางหมากไว้แล้ว ว่าจะเอาใครขึ้น เนื่องจากไม่เอาคนเก่ง
เพราะไม่เอื้อประโยชน์ต่อคนคุมเกม ซึ่งอาจจะเป็นนักการเมือง
หรือประธานคณะกรรมการองค์กร
ข้าพเจ้าว่าไม่จริงทั้งหมดหรอก
เนื่องจากการทำงานที่ผ่านประสบการณ์มา 10 กว่าปี
สังเกตจากการทำงานของหัวหน้างานแต่ละท่าน
ผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่งมาก แต่จำเป็นอย่างยิ่งต้อง
มองคนออก และใช้คนเป็น และเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
วิสัยทัศน์ นี่หมายถึง การมองอะไร ๆ ในภาพรวม มองไกล ๆ
มีมุมมองที่สามารถปรับเปลี่ยนองค์กร ไปสู่จุดมุ่งหมายได้
ไม่มีกฎตายตัวมากนัก ไม่ใช่ทำงานมา 10 ปี คิดอย่างไร ก็อยู่แบบนั้น
ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าแหวกกฎ ยึดแต่ตำราที่ร่ำเรียนมา
หรือยึดกฎระเบียบมากไป หรือลงลึกรายละเอียดในเนื้องานมากไป
เขาจ้างคุณให้เป็นผู้บริหาร ไม่ใช่คนทำงาน แล้วลูกน้องที่นั่งสลอน! น่ะ
ไม่ใช้เขาล่ะ เห็นลอยไปลอยมากันเยอะแยะไปหมด
คนทำงานเก่ง ก็ทำเป็นอยู่แค่คนเดียว ที่เหลือนายไม่เอา!
เพราะเหนื่อยที่ต้องมานั่งสอน
ผู้บริหารต้องเก่งเรื่องคน เรื่องมนุษย์สัมพันธ์
หากเก่งทฤษฎี ตกเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ ก็ไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้
เพราะผู้นำหรือผู้บริหาร ต้องทำงานเกี่ยวเนื่องกับคน
หากคุณด้อยเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ จบเห่! เท่านั้นเอง
พวกที่เก่ง ๆ แล้วไม่ได้ขึ้นน่ะ
อย่ามาอ้างเลยว่าไม่ใช่ลิ่วล้อพวกผู้ใหญ่
แต่ถามหน่อยเหอะ มีลูกน้องคนไหน อยากทำงานกับผู้บริหารที่เก่ง
แต่ EQ พฤติกรรมทางอารมณ์ต่ำบ้าง
การจะก้าวขึ้นสู่ที่สูงนั้น มันต้องมีปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่างที่ต่างจากคนทำงานปกติ
ไม่ใช่ว่าทำงานเก่งแล้วจะไปได้สวย
สังคมมีแต่คนเก่งมากพอแล้ว ขาดแต่คนดีมีคุณธรรมเท่านั้น
โดย คิดแล้วเขียน V:)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)